top of page
ค้นหา

คลังสินค้าอาหารเสริมกับกฎ DPS: หลักฐานที่ต้องมี | CET


ตลาดอาหารเสริมไทยมีมูลค่ารวมกว่า 100,000 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ยปีละ 7–10% — แต่คำถามที่แบรนด์ส่วนใหญ่ตอบไม่ได้คือ สินค้าของตัวเอง "ร้อนเกิน" มาแล้วกี่ชั่วโมงก่อนถึงมือลูกค้า คลังสินค้าอาหารเสริมซึ่งเคยเป็นต้นทุนเงียบในงบการเงิน กำลังกลายเป็นจุดที่แบรนด์ต้องพิสูจน์คุณภาพให้เห็นจริง ไม่ใช่แค่เชื่อว่าโอเค เมื่อกฎหมาย DPS ผลักภาระการพิสูจน์ความถูกต้องของสินค้าเข้าสู่ supply chain ทั้งเส้น บทความนี้รวบรวมข้อมูลจากบทสัมภาษณ์ผู้เล่นในอุตสาหกรรมและข่าวที่อ้างอิงได้ เพื่อชวนแบรนด์อาหารเสริมทบทวนว่า "คลังของตัวเองพิสูจน์ได้หรือยัง"


ตลาดอาหารเสริมไทย: ตัวเลขสองชุด ทิศทางเดียวกัน


ขนาดตลาดอาหารเสริมไทยมีประมาณการหลักสองชุดจากผู้เล่นในอุตสาหกรรม ประชาชาติธุรกิจรายงานบทสัมภาษณ์ผู้บริหาร BioActive+ ระบุมูลค่ารวมกว่า 100,000 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ยปีละ 7–10% โดยเฉพาะกลุ่มสุขภาพผิวและชะลอวัย ขณะที่ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม (GPO) ประเมินตลาดปัจจุบันไว้ประมาณ 85,000 ล้านบาท คาดเติบโตเฉลี่ย 8.3% ต่อปีในอีก 5 ปีข้างหน้า


ตัวเลขสองชุดต่างกันเกือบ 15,000 ล้านบาท แต่ทิศทางเหมือนกัน คือโตต่อเนื่องและเร็ว ความต่างของตัวเลขเองก็บอกอะไรบางอย่าง วงการนี้วัด "ยอดขาย" กันเป็นหลัก แต่แทบไม่มีใครวัด "คุณภาพของสินค้าระหว่างทาง" คำถามที่แบรนด์ควรตั้งต่อจึงไม่ใช่ตลาดใหญ่แค่ไหน แต่คือ สินค้าที่ออกจากคลังยังมีคุณภาพครบตามที่โฆษณาไว้หรือไม่


ถ้าซูมออกไประดับโลก ตลาดอาหารเสริมทั่วโลกมีมูลค่า USD 100.92 พันล้านในปี 2025 คาดว่าจะขยายเป็น USD 219.31 พันล้านในปี 2034 คิดเป็นอัตราเติบโตเฉลี่ย 9.11% ต่อปี โดยกลุ่มวิตามินครองสัดส่วน 37.99% ตามการคาดการณ์ของ Fortune Business Insights ตัวเลขโลกยืนยันว่าเมกะเทรนด์สุขภาพไม่ใช่เรื่องเฉพาะประเทศไทย แต่คำถามเชิงปฏิบัติของแบรนด์ไทยยังเป็นคำถามระดับประเทศ คือสินค้าถูกเก็บและขนส่งอย่างไรให้ potency ครบถึงมือผู้บริโภค


กฎ DPS: เมื่อ marketplace ต้องเห็นใบจดแจ้ง


จุดเปลี่ยนที่ใหญ่ที่สุดของช่องทางออนไลน์คือกฎหมาย Digital Platform Services (DPS) ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 31 ธ.ค. 2568 ภายใต้กฎนี้ผู้ขายอาหารเสริมบน marketplace ต้องแสดงใบอนุญาตและใบจดแจ้งจาก อย. ไทย รวมถึงการรับรองจาก สมอ. ฝ่าฝืนเสี่ยงถูกระงับสิทธิ์การขาย และแพลตฟอร์มต้องรายงานต่อหน่วยงานกำกับดูแลภายใน 3 วัน


ความหมายต่อแบรนด์ไม่ได้จบแค่ "มีเลขจดแจ้งแล้วจบ" เพราะเมื่อใบจดแจ้งถูกตรวจย้อนกลับ คำถามถัดไปคือสินค้าที่ขายอยู่ถูกเก็บอย่างไร ได้มาตรฐานอะไร หลักฐานคุณภาพอยู่ที่ไหน ภาระการพิสูจน์จึงถูกผลักเข้าสู่ supply chain ทั้งเส้น ตั้งแต่โรงงานจนถึงมือผู้บริโภค และคลังสินค้าคือจุดที่หลักฐานเหล่านี้ต้องถูกผลิตขึ้นทุกวัน ไม่ใช่เฉพาะวันที่ถูกตรวจ


สินค้าเสื่อมในคลัง: ความเสียหายที่มองไม่เห็น


อาหารเสริมไม่ใช่สินค้าอมตะ วิตามินและสารสกัดจากพืชเสื่อม potency เมื่อเจอความร้อน ความชื้น และแสง เสื่อมแบบที่ตาเปล่ามองไม่เห็น ไม่มีสีเปลี่ยน ไม่มีกลิ่นเปลี่ยน แต่เมื่อตรวจวิเคราะห์อาจพบว่าฤทธิ์ของสารสำคัญลดลง นี่คือเหตุผลที่แบรนด์ไม่ควรประเมินความเสี่ยงจาก "ความรู้สึกว่าคลังน่าจะโอเค"


กลุ่มผู้บริโภคที่อ่อนไหวที่สุดคือผู้สูงวัย ประชาชาติธุรกิจรายงานบทสัมภาษณ์ผู้เล่นในอุตสาหกรรมว่า ผู้สูงวัยจ่ายค่าอาหารเสริมเฉลี่ย 2,000 บาทต่อครั้ง และซื้อซ้ำทุก 1–2 เดือน พร้อมชี้ว่าสังคมสูงวัยเป็นแรงหนุนให้อาหารเสริมเติบโตถึง 30% กลุ่มลูกค้าประจำที่จ่ายเป็นประจำขนาดนี้จะหยุดซื้อทันทีเมื่อ "กินแล้วไม่ได้ผล" และต้นตอของความไม่ได้ผลอาจอยู่ที่คลัง ไม่ใช่สูตร


หลักฐานอีกชุดที่บ่งชี้ว่าการกระจายสินค้าไทยต้องผ่านหลายช่วงอุณหภูมิ คือค่าใช้จ่ายรายเดือนของผู้บริโภค ประชาชาติธุรกิจรายงานว่าคนกรุงเทพฯ และปริมณฑลใช้จ่ายอาหารเสริมเฉลี่ย 1,800–2,200 บาทต่อเดือน ขณะที่ต่างจังหวัด 400–700 บาทต่อเดือน ยิ่งกระจายสินค้าไกลและหลายภูมิภาคเท่าไร สินค้ายิ่งผ่านคลังและรถขนส่งหลายช่วง ยิ่งต้องมีหลักฐานว่าทุกช่วงรักษาเงื่อนไขที่กำหนด


คลังอาหารเสริมที่ดี ต้องพิสูจน์ได้ 3 เรื่อง


เมื่อกฎหมายและผู้บริโภคเริ่มถามหาหลักฐาน คลังสินค้าอาหารเสริมที่ดีควรตอบได้อย่างน้อย 3 เรื่อง


อุณหภูมิอยู่ในแบนด์ที่กำหนด


อาหารเสริมหลายสูตรถูกกำหนดช่วงเก็บรักษาไว้ที่แบนด์ 15–25°C ซึ่งเป็นช่วงอุณหภูมิห้องควบคุมที่ครอบคลุมอาหารเสริมหลากหลายประเภท ขณะที่สินค้าบางรายการต้องการความเย็นกว่า คลังที่ดีต้องรักษาอุณหภูมิให้อยู่ในแบนด์ตามฉลากของแต่ละสินค้า ไม่ใช่แค่ "มีแอร์" และต้องทำได้จริงตลอด 24 ชั่วโมง ทุกฤดูกาล โดยมีหลักฐานยืนยัน


บันทึกอุณหภูมิย้อนหลังที่เรียกดูได้เมื่อไหร่ก็ได้


หลักฐานสำคัญที่สุดคือ temperature log บันทึกอุณหภูมิต่อเนื่องที่ย้อนดูได้เป็นเดือน เป็นปี เมื่อแพลตฟอร์มหรือหน่วยงานกำกับขอหลักฐาน แบรนด์ต้องดึงข้อมูลออกมาได้ทันที ไม่ใช่ต้องนัดวันให้คลังเตรียมเอกสาร ระบบบันทึกอัตโนมัติพร้อม audit trail จึงเป็นภาษากลางระหว่างแบรนด์ ผู้ซื้อ และผู้ตรวจสอบ


กระบวนการจัดการเมื่ออุณหภูมิหลุด


คลังที่ทำงานจริงย่อมมีวันที่อุณหภูมิหลุดจากแบนด์ ไม่ว่าจะจากไฟดับหรือประตูเปิดค้าง คำตอบที่แบรนด์ต้องการไม่ใช่ "ไม่เคยเกิด" แต่คือ เกิดแล้วจัดการอย่างไร มีบันทึกการแจ้งเตือน การคัดแยกสินค้า และการสรุปผลที่สอบกลับได้หรือไม่ กระบวนการจัดการเหตุการณ์นี้คือสิ่งที่แยกคลังที่มีระบบออกจากคลังที่โชคดี


หลักฐานที่ DPS ต้องการ คือหลักฐานที่คลังต้องผลิตทุกวัน


ประเด็นสำคัญคือ หลักฐานเหล่านี้ไม่ได้ผลิตขึ้นเฉพาะวันที่ถูกตรวจสอบ แต่ผลิตทุกวันผ่านการทำงานปกติ บันทึกอุณหภูมิทุกช่วงเวลาของการจัดเก็บ การเคลื่อนย้าย และการขนส่ง คือไฟล์ผลงานของคลังที่แบรนด์ยื่นต่อแพลตฟอร์ม ต่อหน่วยงานกำกับ และต่อลูกค้า B2B ได้ทันที


สำหรับแบรนด์ที่ยังไม่มีคลังของตัวเอง การใช้บริการคลังสินค้าอาหารเสริมจากผู้ให้บริการ healthcare logistics ที่มีการรับรองเป็นทางเลือกที่พบบ่อย และเกณฑ์คัดเลือกควรอยู่ที่หลักฐาน ไม่ใช่ราคาต่อตารางเมตรเพียงอย่างเดียว หลักการควบคุมอุณหภูมิแบบเดียวกับที่ใช้ใน คู่มือ Cold Chain Logistics สำหรับธุรกิจยาและเครื่องมือแพทย์ คือกรอบที่ใช้ประเมินคลังอาหารเสริมได้เช่นกัน


CET: คลังสินค้าอาหารเสริมที่ตั้งใจให้ถูกตรวจสอบ


CET Marketing & Distribution (ก่อตั้ง 2013 กรุงเทพฯ) ให้บริการ B2B healthcare logistics ภายใต้การรับรอง GSDP, ISO 9001:2015 และ PMI บริการคลังสินค้าอาหารเสริมของเรารองรับแบนด์ 15–25°C ครอบคลุมอาหารเสริมหลากหลายสูตร พร้อมบันทึกอุณหภูมิที่ย้อนหลังได้ และยังมีแบนด์ 2–8°C สำหรับสินค้าที่ต้องการความเย็น รวมถึง -20°C สำหรับสินค้าแช่แข็งในกลุ่ม B2B food cold chain


ด้วยสถิติการดำเนินงานอย่าง 10,000+ orders ต่อปี อัตราการส่งตรงเวลากรุงเทพฯ 98–99% อัตราความผิดพลาดการหยิบสินค้า <0.04% และอัตราเหตุการณ์อุณหภูมิผิดปกติ 0.01% หลักฐานที่เรามอบให้ลูกค้าคือตัวเลขที่ตรวจสอบได้จริง ไม่ใช่คำสัญญา ถ้าอยากเข้าใจที่มาของมาตรฐานที่คลังอาหารเสริมควรถือ อ่านเพิ่มเติมเรื่อง มาตรฐาน GSDP คืออะไร


นอกจากคลังอาหารเสริมแล้ว CET ยังดูแลเส้นทางอื่นของผลิตภัณฑ์สุขภาพ ตั้งแต่ขนส่งยาเวชภัณฑ์ในแบนด์ 2–8°C ขนส่งเครื่องมือแพทย์ ขนย้ายบูธงานแพทย์ ไปจนถึงบริการปรึกษาการขึ้นทะเบียน อย. ไทย (Thai FDA registration consulting) ที่ช่วยปิดช่องว่างด้านกฎระเบียบตั้งแต่ก่อนสินค้าเข้าคลัง


สรุป


สามประเด็นจากบทความนี้


  1. ตลาดโต แต่คุณภาพระหว่างทางคือสนามแข่งใหม่ ประมาณการตลาดอาหารเสริมไทยจากผู้เล่นในอุตสาหกรรมสองชุดคือ 85,000 ล้านบาท (องค์การเภสัชกรรม) และกว่า 100,000 ล้านบาท (BioActive+) สวนทางกับหลักฐานคุณภาพสินค้าระหว่างทางที่แทบไม่มีใครวัด

  2. กฎ DPS เปลี่ยนการขายออนไลน์ให้ต้องพิสูจน์ ใบจดแจ้ง อย. ไทย คือจุดเริ่มต้น และคลังคือที่มาของหลักฐานที่เหลือทั้งหมด

  3. คลังที่ดีพิสูจน์ได้ ไม่ใช่แค่มีแอร์ อุณหภูมิในแบนด์ บันทึกย้อนหลัง และกระบวนการจัดการเหตุการณ์ คือสามสิ่งที่แบรนด์ควรถามผู้ให้บริการก่อนเซ็นสัญญา


แบรนด์ที่อยู่รอดในตลาดแสนล้านไม่ใช่แบรนด์ที่ขายเก่งที่สุด แต่คือแบรนด์ที่พิสูจน์ได้ว่าสินค้าถึงมือผู้บริโภคด้วยคุณภาพครบถ้วน และการพิสูจน์นั้นเริ่มต้นที่คลัง


ให้ CET เป็นพาร์ทเนอร์คลังอาหารเสริมของคุณ



 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page