top of page
ค้นหา

Cold Chain 2-8°C: สำคัญกว่า Ultracold สำหรับ Healthcare ไทย

หากคุณทำงานในวงการ healthcare ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา คุณคงเคยได้ยินคำว่า "ultracold chain" และ "-70°C" มานับครั้งไม่ถ้วน การระบาดของ COVID-19 ได้ผลักดันให้ mRNA vaccines และระบบ logistics แช่แข็งลึกกลายเป็นดาวเด่นบนเวทีโลก — รัฐบาลทุ่มงบประมาณ, โรงพยาบาลลงทุนตู้แช่ ultracold, สตาร์ทอัปผุดขึ้นมาราวกับดอกเห็ด


แต่ในขณะที่ทุกคนกำลังมองขึ้นไปบนนั้น... มีใครกำลังมอง "ลงมาข้างล่าง" บ้างไหม?


เพราะความจริงที่น่าตกใจก็คือ: 80-90% ของ pharmaceutical products ทั้งหมดที่ต้องควบคุมอุณหภูมิ ไม่ได้ต้องการ -70°C เลยแม้แต่น้อย พวกมันต้องการเพียง 2-8°C (Refrigerated) และ 15-25°C (Controlled Room Temperature) — นี่คือ "Silent Majority" หรือ "คนส่วนใหญ่ที่เงียบงัน" ของวงการ cold chain logistics ที่แทบไม่เคยได้รับความสนใจจากสื่อหรือวงการนโยบายเลย


บทความนี้ CET ในฐานะผู้ให้บริการ cold-chain logistics B2B ในกรุงเทพฯ ที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน GSDP, ISO 9001:2015 และ PMI จะชวนคุณกลับมาตั้งคำถามกับสิ่งพื้นฐานที่สุด


แต่สำคัญที่สุดในระบบสาธารณสุข


ตัวเลขที่ไม่มีใครบอก: 90% ของผลิตภัณฑ์สุขภาพโลกอยู่ที่ 2-8°C


ก่อนอื่นมาดูภาพใหญ่ของอุตสาหกรรม cold chain โลกกันก่อน


ตลาด cold chain logistics โลกกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยคาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าสูงถึง USD 372 billion ภายในปี 2029 หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย CAGR 10.3% ต่อปี (MarketsandMarkets, 2026) ขณะที่อุตสาหกรรมยากำลังขนส่งผลิตภัณฑ์ผ่านระบบ air cargo คิดเป็นมูลค่ารวมมากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ภายใต้มาตรฐาน Temperature Control Regulations (TCR) ของ IATA


ตัวเลขเหล่านี้ยิ่งใหญ่ — แต่สิ่งที่หายไปจากพาดหัวข่าวคือ "องค์ประกอบของตลาด" ว่าผลิตภัณฑ์แต่ละประเภทต้องการ temperature band แบบไหนบ้าง


ข้อมูลที่ถูกอ้างอิงอย่างกว้างขวางในอุตสาหกรรมระบุว่า:


  • Insulin, vaccines พื้นฐาน (DTP, MMR, polio), blood products, plasma derivatives, diagnostic reagents, biologics ส่วนใหญ่ — ต้องการ 2-8°C

  • ยาเม็ด ยาแคปซูล general pharmaceuticals — ต้องการ 15-25°C (Controlled Room Temperature)

  • ผลิตภัณฑ์แช่แข็งบางประเภทเช่น frozen plasma — ต้องการ -20°C

  • mRNA vaccines และผลิตภัณฑ์เฉพาะทางจำนวนน้อยมาก — ต้องการ -70°C หรือต่ำกว่า


สรุปง่าย ๆ: cold chain 2-8°C แบกรับภาระกว่า 80-90% ของผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ต้องควบคุมอุณหภูมิทั้งหมด ในขณะที่ ultracold รองรับน้อยกว่า 10% — แต่กลับได้รับความสนใจและงบประมาณที่มากกว่าอย่างไม่สมส่วน


ประเทศไทยกับความท้าทายของ Cold Chain พื้นฐาน


เมืองร้อน = margin of error ที่บางกว่า


ประเทศไทยเป็นประเทศในเขตร้อนชื้น อุณหภูมิแวดล้อมเฉลี่ยในแต่ละวันอยู่ที่ 30-38°C ตลอดเกือบทั้งปี — แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับประเทศในยุโรปหรืออเมริกาเหนือที่มีอุณหภูมิแวดล้อมต่ำกว่า


ความแตกต่างนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย เพราะมันหมายความว่า "margin of error" หรือช่องว่างระหว่างอุณหภูมิแวดล้อมกับอุณหภูมิเป้าหมาย ของ cold chain 2-8°C ในประเทศไทยนั้นแคบกว่าประเทศเขตหนาวอย่างมีนัยสำคัญ


ยกตัวอย่าง: การขนส่งยาจากคลังสินค้าในกรุงเทพฯ ไปโรงพยาบาลในต่างจังหวัดในช่วงบ่ายที่อุณหภูมิ 37°C — cold chain packaging และ vehicle refrigeration system ต้องทำงานหนักกว่าการขนส่งแบบเดียวกันในลอนดอนที่อุณหภูมิ 18°C หลายเท่าตัว


หากระบบทำความเย็นมีปัญหาแม้เพียงเล็กน้อย อุณหภูมิภายในอาจพุ่งจาก 5°C ไปถึง 12°C ได้ในเวลาไม่กี่นาที และนี่คือจุดที่ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางด้าน cold chain logistics ในภูมิอากาศเขตร้อน — ไม่ใช่แค่การมีตู้แช่ — กลายเป็นปัจจัยชี้ขาด


ตัวเลขความเสียหายที่มองไม่เห็น


Temperature excursions หรือการที่อุณหภูมิอยู่นอกช่วงที่กำหนดระหว่างขนส่ง — แม้จะดูไม่น่าตื่นเต้นเท่า ultracold failure ที่พาดหัวข่าวได้ — แต่สร้างความเสียหายในวงกว้างกว่ามาก


WHO และ UNICEF เคยประมาณการว่าวัคซีนมากกว่า 50% สูญเสียจาก cold chain failures ในบางประเทศ ขณะที่อุตสาหกรรมยาทั่วโลกสูญเสียมูลค่าราว USD 35 billion ต่อปี จาก temperature excursions (IQVIA/Pharma IQ)


สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ: ความเสียหายเหล่านี้มัก "มองไม่เห็น" — ยาหรือวัคซีนที่สัมผัสอุณหภูมิสูงเกินไปอาจไม่เปลี่ยนสี ไม่มีกลิ่น และดูปกติดีทุกประการ


จนกระทั่งถูกนำไปใช้กับผู้ป่วยแล้วไม่ได้ผล หรือแย่กว่านั้นคือเกิดอันตราย


IA2030 กับความจริงที่วงการ Healthcare ไทยต้องเผชิญ


Immunization Agenda 2030 (IA2030) คือแผนแม่บทระดับโลกของ WHO ที่ตั้งเป้าหมายให้ทุกประเทศมี vaccination coverage อย่างน้อย 90% ภายในปี 2030 และลดจำนวน zero-dose children ให้เหลือน้อยที่สุด


แต่ในปี 2024 — ห่างจากเป้าหมายเพียง 6 ปี — WHO รายงานว่ายังมีเด็กทั่วโลกถึง 14.3 ล้านคนที่ไม่ได้รับวัคซีนแม้แต่เข็มเดียว (zero-dose children) และ global DTP3 coverage ยังคงอยู่ที่ 85% ซึ่งต่ำกว่าช่วงก่อนการระบาดของ COVID-19 ด้วยซ้ำ


สาเหตุของช่องว่างนี้ซับซ้อน — มีทั้งปัญหาด้าน supply chain, logistics, infrastructure, และบุคลากร — แต่หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ถูกพูดถึงน้อยที่สุดคือ cold chain failure ในระดับปฏิบัติการ


เป้าหมาย IA2030 จะไม่สามารถบรรลุได้ด้วยการลงทุนใน ultracold technology เท่านั้น เพราะวัคซีนที่เด็ก 14.3 ล้านคนต้องการ ไม่ใช่วัคซีน mRNA ที่ต้องแช่แข็ง -70°C แต่เป็น วัคซีนพื้นฐานที่ต้องการอุณหภูมิเพียง 2-8°C ต่างหาก


และนี่คือคำถามที่วงการ healthcare ไทยต้องถามตัวเอง: เรามั่นใจแค่ไหนแล้วว่าระบบ cold chain 2-8°C ของเราพร้อมสำหรับปี 2030?


CET: ผู้เชี่ยวชาญ Temperature Band ที่ไม่ใช่อุลตร้า... แต่คือสิ่งที่คุณใช้จริง


มาตรฐานที่จับต้องได้


CET Marketing & Distribution ก่อตั้งขึ้นในปี 2013 ในกรุงเทพฯ ด้วยพันธกิจที่ชัดเจนตั้งแต่แรก: เป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน cold-chain logistics ใน temperature bands ที่ภาคธุรกิจ healthcare และ food ใช้จริงในชีวิตประจำวัน


เราไม่ได้ลงทุนใน ultracold -70°C และเราเลือกที่จะไม่แข่งในสนามนั้น เพราะเรามองเห็นว่า cold chain 2-8°C, 15-25°C และ -20°C คือตลาดที่มีความต้องการมหาศาลและเติบโตต่อเนื่อง แต่ยังขาดผู้ให้บริการที่สามารถส่งมอบมาตรฐานระดับสากลได้อย่างแท้จริง


CET ดำเนินงานภายใต้ 3 มาตรฐานหลักที่ทุกคนในวงการ healthcare รู้จักดี:


GSDP (Good Storage and Distribution Practice) — มาตรฐานการจัดเก็บและกระจายสินค้าที่ดี สำหรับผลิตภัณฑ์สุขภาพ ครอบคลุมตั้งแต่การรับสินค้า การจัดเก็บ การหยิบ การบรรจุ ไปจนถึงการขนส่งถึงมือลูกค้า


ISO 9001:2015 — มาตรฐานสากลด้านระบบบริหารคุณภาพที่รับรองว่า CET มีกระบวนการทำงานที่เป็นระบบ ตรวจสอบได้ และปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง


PMI (Pest Management Institute) — มาตรฐานการจัดการสัตว์พาหะนำโรคในคลังสินค้า ซึ่งเป็นข้อกำหนดสำคัญสำหรับการจัดเก็บยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ


ตัวเลขที่พิสูจน์ความน่าเชื่อถือ


มาตรฐานที่สวยหรูจะไร้ความหมายหากไม่สามารถแปลงเป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ — และนี่คือสิ่งที่ CET ภูมิใจนำเสนอ:


  • 10,000+ orders ต่อปี — จัดส่ง cold chain ทั่วประเทศ ครอบคลุมทั้งกลุ่ม pharma และ food

  • On-time delivery 98-99% ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล

  • Picking error ต่ำกว่า 0.04% — หมายความว่าจากทุก 10,000 คำสั่งซื้อ ความผิดพลาดในการหยิบสินค้าเกิดขึ้นน้อยกว่า 4 ครั้ง

  • Temperature incident เพียง 0.01% — หรือพูดอีกอย่างคือ 99.99% ของการขนส่งทั้งหมด อุณหภูมิอยู่ในช่วงที่กำหนดตลอดเส้นทาง

  • คลังสินค้า GSDP ขนาด 140 พาเลท ในกรุงเทพฯ พร้อมระบบ monitoring และ backup

  • บริการครบวงจร: จัดส่ง 24 ชั่วโมงทั่วประเทศ, Full-Truck Charter, Customs Clearance, ระบบ Anti-Fake QR ป้องกันสินค้าปลอม


สถิติเหล่านี้ไม่ใช่คำกล่าวอ้าง — แต่คือผลลัพธ์จากการทำงานของทีม CET ทุกวัน ภายใต้ระบบบริหารคุณภาพที่ผ่านการตรวจสอบและรับรองจากหน่วยงานภายนอก


บทสรุป: กลับสู่พื้นฐาน ก่อนวิ่งตามเทคโนโลยี


โลกของ healthcare logistics ชอบวิ่งตามเทคโนโลยีใหม่ ๆ — และนั่นไม่ใช่เรื่องผิด แต่สิ่งที่น่ากังวลคือเมื่อเราหลงใหลในความใหม่จนลืมตรวจสอบว่าระบบพื้นฐานของเรานั้น "แน่น" ดีพอหรือยัง


ทุกวันนี้ประเทศไทยมี cold chain infrastructure ที่สามารถรองรับ ultracold ได้ — แต่นั่นตอบโจทย์ผลิตภัณฑ์เพียงเศษเสี้ยวเดียวของระบบสาธารณสุข ในขณะที่ cold chain 2-8°C ซึ่งคือกระดูกสันหลังของระบบยาและวัคซีนของประเทศ — กลับมีผู้ให้บริการที่ผ่านการรับรอง GSDP และ ISO 9001:2015 อย่างแท้จริงเพียงไม่กี่ราย


IA2030 จะมาถึงในอีกไม่ถึง 5 ปี และเด็กอีก 14.3 ล้านคนทั่วโลกกำลังรอวัคซีนเข็มแรก — ไม่ใช่เพราะโลกนี้ขาด ultracold technology แต่เพราะ cold chain พื้นฐานยังไปไม่ถึงพวกเขา


CET พร้อมเป็นพันธมิตรให้ healthcare providers ในประเทศไทยตรวจสอบและยกระดับ cold chain 2-8°C, 15-25°C และ -20°C ของท่าน — ก่อนที่เราจะวิ่งตามเทคโนโลยีล้ำ ๆ เรามาทำให้พื้นฐานของเราแข็งแกร่งเสียก่อน



 
 
 

โพสต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด
บริการขนส่งยาในกรุงเทพฯ มีกี่แบบ? คู่มือเลือกผู้ให้บริการ (ฉบับปี 2569)

สรุปบริการขนส่งยาในกรุงเทพฯ ทั้ง 3 กลุ่ม — ส่งถึงบ้านผู้ป่วย โลจิสติกส์เฉพาะทาง B2B และขนส่งทั่วไป — พร้อมเกณฑ์คัดเลือกและคำถามที่ควรถามก่อนใช้บริการ

 
 
 
2-8°C: หัวใจ Cold Chain ที่โลกลืม

90%+ ของยาและวัคซีนในไทยใช้แค่ 2-8°C CET อธิบายว่าทำไมการเป็น Specialist ใน band พื้นฐาน ถึงสำคัญกว่าการวิ่งตาม Ultracold hype — และ reliability ที่ 2-8°C คือหัวใจ Healthcare Logistics

 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page