ขนย้าย MRI กับ CT ต่างกันตรงไหน — 6 เรื่องก่อนวันยกเครื่อง
- Suchanat Kittisarapong
- 31 ก.ค.
- ยาว 2 นาที
ทุกครั้งที่โรงพยาบาลย้ายแผนกรังสีวิทยา ปรับปรุงอาคาร หรือรับเครื่องใหม่เข้าแทนเครื่องเดิม คำถามแรกที่มักถูกถามคือ "ใช้เครนขนาดเท่าไหร่" ซึ่งเป็นคำถามที่ผิดลำดับ
เพราะงานขนย้ายเครื่อง imaging ไม่ได้แพ้ที่การยก แต่แพ้ที่การเตรียม — ประตูแคบกว่าตัวเครื่อง 8 เซนติเมตร พื้นรับน้ำหนักจุดไม่พอ ใบอนุญาตขนส่งพิเศษยังไม่ออก หรือเอกสารแจ้งย้ายเครื่องกำเนิดรังสียังไม่ได้ยื่น ทั้งหมดนี้ถูกค้นพบในวันยกเครื่องได้บ่อยกว่าที่ควร
และก่อนจะวางแผนอะไรได้ ต้องแยกให้ออกก่อนว่ากำลังย้าย MRI หรือ CT เพราะสองเครื่องนี้อยู่คนละประเภทความเสี่ยงกันโดยสิ้นเชิง
เริ่มจากความต่างที่กำหนดทุกอย่าง
น้ำหนักเป็นเพียงความต่างที่เห็นง่ายที่สุด แม่เหล็กของ MRI ระดับ 1.5T–3T อยู่ในช่วงประมาณ 4–7 ตัน ขณะที่ gantry ของ CT scanner ส่วนใหญ่อยู่ราว 1–2 ตัน ต่างกันหลายเท่า แต่ไม่ใช่จุดที่ทำให้แผนงานสองแบบต่างกันโดยสิ้นเชิง
จุดที่ต่างจริงคือ MRI มีสารทำความเย็นและสนามแม่เหล็กติดมากับตัวเครื่อง ส่วน CT ไม่มีทั้งสองอย่าง แต่มีชิ้นส่วนหมุนความเร็วสูงที่ต้องอยู่ในศูนย์ และมีใบแจ้งครอบครองเครื่องกำเนิดรังสีผูกอยู่กับสถานที่ติดตั้ง
พูดให้สั้น: MRI คือโจทย์ cryogenic engineering, CT คือโจทย์ precision handling กับงานเอกสารกำกับ
MRI: ความเสี่ยงอยู่ที่ฮีเลียมเหลวและสนามแม่เหล็ก
ฮีเลียมเหลวไม่หยุดระเหยเพราะเครื่องปิดอยู่
แม่เหล็กตัวนำยิ่งยวดของ MRI แช่อยู่ในฮีเลียมเหลวที่อุณหภูมิระดับ 4 Kelvin (ประมาณ -269°C) หลายรุ่นในปัจจุบันมีระบบ cryocooler ที่ควบแน่นฮีเลียมกลับ ทำให้สูญเสียฮีเลียมน้อยมากขณะเสียบไฟใช้งาน แต่ระดับการปิดระบบและปริมาณฮีเลียมในถังต่างกันตามรุ่นและตามอายุเครื่อง
แต่ระหว่างขนย้าย ถ้าไม่มีไฟเลี้ยง cryocooler ฮีเลียมจะเริ่มระเหยต่อเนื่อง อัตราระเหยต่างกันตามรุ่นและตามสภาพถัง — ต้องยึดตัวเลขจากคู่มือรุ่นนั้นเป็นหลัก ไม่ใช่ค่ากลางของอุตสาหกรรม
ผลตามมาที่คุมงบยากคือค่าเติมฮีเลียมและค่าวิศวกรทำ ramp-up กับ shimming ใหม่ ซึ่งรวมกันแล้วแพงกว่าค่าขนส่งทั้งงานได้ไม่ยาก
Quench คือกรณีที่ไม่มีใครอยากทดสอบ
Quench คือภาวะที่แม่เหล็กสูญเสียสภาพตัวนำยิ่งยวด ฮีเลียมเหลวเดือดเป็นก๊าซและขยายตัวหลายร้อยเท่าในเวลาสั้น ๆ ต้องระบายออกทาง quench pipe ถ้าทางระบายมีปัญหา ความดันในห้องจะเปลี่ยนเร็วจนเป็นอันตรายต่อคนในห้อง
เพราะเหตุนี้ การย้ายระยะไกลส่วนใหญ่จึงทำในสภาพ ramped-down คือสลายสนามแม่เหล็กก่อนขนส่ง แล้วค่อย ramp-up ใหม่ที่ปลายทาง แต่วิธีที่ใช้จริงขึ้นกับรุ่น ระยะทาง และข้อกำหนดของผู้ผลิต ผู้ที่กำหนดวิธีต้องเป็นวิศวกรของผู้ผลิตหรือผู้ที่ผู้ผลิตรับรอง ไม่ใช่ทีมขนย้าย
สนามแม่เหล็กเปลี่ยนกฎการใช้เครื่องมือ
ตราบใดที่แม่เหล็กยังมีสนาม อุปกรณ์ที่เป็น ferromagnetic เช่น รถลาก แม่แรง และถังก๊าซ กลายเป็นความเสี่ยงในบริเวณที่สนามแม่เหล็กมีนัยสำคัญ ขอบเขต 5-gauss line ใช้เป็นเส้นอ้างอิงด้านความปลอดภัยของคนและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แต่การกำหนดเขตควบคุมหน้างานต้องอิงจาก field map ของเครื่องรุ่นนั้นและข้อกำหนดของผู้ผลิต พร้อมเลือกอุปกรณ์ระดับ MR Safe หรือ MR Conditional ตามลักษณะงาน
รื้อผนังแล้วต้องรับรอง RF shield ใหม่
ห้อง MRI มี RF shielding หรือ Faraday cage ล้อมอยู่เพื่อกันคลื่นวิทยุรบกวนภาพ ถ้าต้องเปิดช่องผนังเพื่อนำแม่เหล็กเข้าหรือออก ช่องนั้นต้องปิดคืนและทดสอบรับรองความสมบูรณ์ของ shield ใหม่ก่อนติดตั้งเครื่อง งานส่วนนี้กินเวลาและต้องอยู่ในแผนตั้งแต่ต้น ไม่ใช่งานเก็บตกหลังยกเครื่องเสร็จ
CT Scanner: ความเสี่ยงอยู่ที่แรงกระแทกและเอกสารรังสี
slip ring กับ detector ไม่ให้อภัยแรงกระแทก
CT ประกอบด้วยหลอดเอกซเรย์ ชุด detector และ slip ring ที่หมุนด้วยความเร็วสูงในระหว่างสแกน ชิ้นส่วนเหล่านี้ถูกประกอบและ calibrate มาในระดับที่การเคลื่อนตัวเพียงเล็กน้อยก็ทำให้ภาพเกิด artifact
ไม่มี cryogen ให้กังวลก็จริง แต่แลกมาด้วยความไวต่อ shock และ vibration ที่สูงกว่าอุปกรณ์ทั่วไปมาก ผู้ผลิตกำหนดค่า non-operating shock limit ไว้เฉพาะรุ่นในคู่มือขนส่ง แผนงานที่ดีคือยึดคู่มือรุ่นนั้น ติด shock logger กับตัวเครื่องและกล่องบรรจุ แล้วใช้รถพ่วงช่วงล่างถุงลม (air-ride) ตลอดเส้นทาง เพื่อให้มีหลักฐานย้อนกลับได้ว่าค่าที่วัดได้อยู่ในเกณฑ์
ย้าย CT = ต้องแก้ข้อมูลใบแจ้งครอบครองเครื่องกำเนิดรังสี
จุดนี้พลาดกันบ่อยเพราะเข้าใจผิดว่าเป็นเรื่องของ อย. ไทย
อย. ไทย กำกับการขึ้นทะเบียนเครื่องมือแพทย์ ส่วนความปลอดภัยทางรังสีอยู่ใต้ พ.ร.บ.พลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. 2559 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 ซึ่งกำหนดให้เครื่องกำเนิดรังสีเพื่อการวินิจฉัยทางการแพทย์ เช่น เครื่องเอกซเรย์และ CT scanner ไม่ต้องขอใบอนุญาตแบบเดิม แต่ต้องแจ้งการมีไว้ในครอบครองหรือใช้ตามมาตรา 26/1
ผู้รับแจ้งสำหรับเครื่องกำเนิดรังสีทางการแพทย์คือกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ส่วนสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติยังกำกับเครื่องกำเนิดรังสีประเภทอื่น เช่น งานอุตสาหกรรม งานวิจัย และเครื่องรักษาพลังงานสูง
เมื่อย้ายเครื่องไปติดตั้งที่ใหม่ ข้อมูลสถานที่ติดตั้งในใบแจ้งไม่ตรงกับความจริงทันที ต้องยื่นแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการก่อนเปิดใช้งานจริง พร้อมกับการตรวจสอบความปลอดภัยของห้องใหม่ กำหนดเวลายื่นและแบบฟอร์มควรเช็คกับสำนักรังสีและเครื่องมือแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ก่อนวางแผนวันเปิดใช้งาน เพราะเป็นตัวกำหนด critical path ของโครงการได้จริง
6 เรื่องที่ต้องเคลียร์ก่อนวันยกเครื่อง
Site survey ทั้งเส้นทาง ไม่ใช่แค่ห้องปลายทาง วัดความกว้างสุทธิของประตู ทางเดิน ช่องลิฟต์ รัศมีการเลี้ยว ความสูงฝ้า และตำแหน่งท่อหรือรางไฟที่ยื่นลงมา ตัวเครื่องต้องมีระยะเผื่อด้านข้าง ไม่ใช่พอดีตัว
ความสามารถรับน้ำหนักของพื้นและเส้นทางกระจายน้ำหนัก ต้องให้วิศวกรโครงสร้างประเมิน point load ของแม่เหล็กหรือ gantry รวมน้ำหนักอุปกรณ์ยก การใช้ machine skate หรือ air-caster ช่วยกระจายน้ำหนักได้ แต่ต้องคำนวณ ไม่ใช่กะ
ใบอนุญาตขนส่งพิเศษ ถ้ามิติหรือน้ำหนักรวมของรถและสิ่งบรรทุกเกินเกณฑ์ที่ใช้กับประเภทรถและเส้นทางนั้น ต้องขออนุญาตจากหน่วยงานเจ้าของทางก่อนเดินรถ อำนาจกำหนดเกณฑ์อยู่ใน พ.ร.บ.ทางหลวง พ.ศ. 2535 มาตรา 61 และประกาศที่ออกตามมา โดยเกณฑ์ที่ใช้อ้างกันบ่อยคือความกว้างเกิน 2.50 เมตร ซึ่งควรตรวจตัวเลขที่บังคับใช้จริงกับกรมทางหลวงในรอบนั้น งานนี้ต้องเผื่อเวลาราชการ ไม่ใช่ยื่นสัปดาห์เดียวก่อนขน
งานเอกสารกำกับ สำหรับ CT และเครื่องเอกซเรย์คือการแจ้งเปลี่ยนแปลงสถานที่ติดตั้งตามที่อธิบายไว้ข้างต้น สำหรับเครื่องที่ยังอยู่ในสัญญาบริการหรือประกัน ต้องเช็คด้วยว่าเงื่อนไขกำหนดให้ใครเป็นผู้ถอดและติดตั้ง
แผนวัดและบันทึกระหว่างขนส่ง shock logger ทุกมุมที่จำเป็น air-ride suspension เส้นทางที่สำรวจล่วงหน้า ความเร็วจำกัด และจุดพักที่กำหนดไว้ พร้อมเอกสาร chain of custody ที่ระบุผู้รับผิดชอบทุกช่วง เพื่อให้เคลมประกันได้จริงถ้ามีเหตุ
แผน downtime และลำดับ commissioning ramp-down, ถอด, ขนส่ง, ยกเข้า, ประกอบ, เติมฮีเลียม, ramp-up, shimming, calibration, acceptance test และการรับรองห้อง ทุกขั้นมีเจ้าภาพต่างกัน ถ้าไม่มีใครถือ timeline รวม งานจะรอกันเป็นทอด
timeline ที่ใช้ตั้งต้นวางแผน
ตัวเลขด้านล่างเป็นสมมติฐานสำหรับตั้งต้นวางแผน ไม่ใช่ค่ามาตรฐานของอุตสาหกรรม กำหนดการจริงต้องสร้างจากคู่มือของรุ่นนั้น ปริมาณงานโครงสร้าง คิววิศวกรผู้ผลิต และเวลาที่ใช้กับงานเอกสาร โดยกรอบที่พบบ่อยในโครงการย้ายและติดตั้งเครื่อง imaging อยู่ราว 4–8 สัปดาห์
สัปดาห์ที่ 1–2 สำรวจพื้นที่และเส้นทาง ประเมินโครงสร้าง ยื่นขออนุญาตขนส่งและงานเอกสารรังสี
สัปดาห์ที่ 3–4 เตรียมหน้างาน เปิดช่องทางเข้า เสริมโครงสร้าง งานไฟฟ้าและระบบระบายความร้อน
สัปดาห์ที่ 5 ถอดเครื่อง ยก ขนส่ง และนำเข้าห้องใหม่
สัปดาห์ที่ 6–7 ประกอบ เติมฮีเลียม ramp-up และ calibration
สัปดาห์ที่ 8 ทดสอบ รับรองห้อง acceptance test และส่งมอบ
เครื่อง CT ที่ไม่ต้องแตะ cryogen มักสั้นกว่านี้ แต่ไม่ได้หมายความว่าลดขั้นเตรียมพื้นที่และเอกสารได้
CET กับงานขนย้ายเครื่องมือแพทย์ขนาดใหญ่
CET Marketing & Distribution ให้บริการขนย้ายสินค้าและเครื่องมือแพทย์ขนาดใหญ่สำหรับโรงพยาบาล คลินิกภาพวินิจฉัย และผู้จัดจำหน่ายเครื่องมือแพทย์ในประเทศไทย ครอบคลุมงานสำรวจหน้างาน วางแผนเส้นทาง ประสานใบอนุญาตขนส่ง จัดขบวนขนส่งพร้อมการวัดแรงกระแทก และเอกสารส่งมอบที่ตรวจย้อนกลับได้
จุดที่ CET ต่างจากผู้ให้บริการขนส่งทั่วไปคือระบบงานเบื้องหลัง — มาตรฐาน GSDP และ ISO 9001:2015 สำหรับการควบคุมกระบวนการและเอกสาร กับการบริหารโครงการตามแนวทาง PMI สำหรับงานที่มีหลายฝ่ายเกี่ยวข้องและมีเดดไลน์ผูกกับตารางผู้ป่วย
GSDP เป็นกรอบสำหรับงานเก็บรักษาและกระจายยาและเวชภัณฑ์ ไม่ใช่มาตรฐานของงานยกเครื่องโดยตรง แต่สิ่งที่ติดมากับการทำงานใต้กรอบนี้คือวินัยด้านการบันทึก การควบคุมอุณหภูมิ และการส่งมอบที่ตรวจย้อนกลับได้ ซึ่งใช้กับงานขนย้ายเครื่องมือแพทย์ได้ตรง สำหรับโครงการที่มีทั้งเครื่องมือแพทย์และเวชภัณฑ์ควบคุมอุณหภูมิพร้อมกัน CET ดูแลได้ในทีมเดียว ทั้งช่วง 2–8°C, 15–25°C และ -20°C
ถ้ากำลังวางแผนย้ายเครื่อง สิ่งที่ส่งมาให้ประเมินได้เลยคือรุ่นเครื่อง ผังพื้นที่ต้นทางและปลายทาง และวันที่ต้องเปิดใช้งาน ดูรายละเอียดบริการทั้งหมดได้ที่ cetmd.com
คำถามที่พบบ่อย
ย้าย MRI ในตึกเดียวกัน ต้อง ramp-down ไหม ขึ้นกับรุ่นและเงื่อนไขของผู้ผลิต บางกรณีย้ายระยะสั้นมากในสภาพ energized ได้ภายใต้เงื่อนไขเฉพาะ แต่ต้องให้ผู้ผลิตหรือวิศวกรที่ผู้ผลิตรับรองเป็นผู้กำหนด ไม่ใช่ผู้ขนส่ง
ทำไมต้องติด shock logger ถ้าใช้รถ air-ride แล้ว air-ride ลดแรงสั่นสะเทือน แต่ไม่ได้พิสูจน์ว่าเกิดอะไรขึ้นจริงระหว่างทาง logger คือหลักฐานที่ใช้ยืนยันกับผู้ผลิต ประกัน และผู้ตรวจสอบว่าเครื่องถูกขนส่งในเกณฑ์
เครื่องที่ซื้อใหม่จากต่างประเทศต่างจากการย้ายเครื่องเดิมอย่างไร เพิ่มงานพิธีการนำเข้าและเอกสารทะเบียนเครื่องมือแพทย์กับ อย. ไทย เข้ามาในแผน ส่วนงานยก งานหน้างาน และการแจ้งครอบครองเครื่องกำเนิดรังสี ยังต้องทำเหมือนกัน
ใครควรเป็นเจ้าภาพ timeline รวมของโครงการ ควรมีผู้จัดการโครงการหนึ่งคนที่ถือทั้งงานก่อสร้าง งานขนส่ง งานผู้ผลิต และงานเอกสารกำกับ เพราะความล่าช้าส่วนใหญ่เกิดที่รอยต่อระหว่างสามฝ่ายนี้ ไม่ใช่ในงานของฝ่ายใดฝ่ายเดียว



ความคิดเห็น