ผู้เชี่ยวชาญโลกชี้ Temperature Excursion จุดเสี่ยง Cold Chain
- Suchanat Kittisarapong
- 22 มิ.ย.
- ยาว 3 นาที
Body
Temperature Excursion — หรือเหตุการณ์ที่ผลิตภัณฑ์ยาหรือเวชภัณฑ์สัมผัสอุณหภูมินอกช่วงที่กำหนด — คือฝันร้ายของทุกคนที่อยู่ในห่วงโซ่ Pharmaceutical Cold Chain ครับ
ข้อมูลจากทั่วโลกระบุว่า มูลค่าความเสียหายจาก Temperature Excursion ใน Pharma Supply Chain สูงถึงหลายพันล้านดอลลาร์ต่อปี โดยสาเหตุหลักมักไม่ใช่ "ตู้เย็นเสีย" อย่างที่หลายคนคิด แต่กลับเป็น "Human Error" — การส่งต่อข้อมูลที่ขาดตอน การตัดสินใจโดยไม่มีข้อมูลเพียงพอ และการออกแบบ Cold Chain แบบแยกส่วนที่ขาดการบูรณาการ
วันนี้ CET ในฐานะผู้ให้บริการ Cold Chain Logistics ที่ผ่านการรับรอง GSDP และ ISO 9001:2015 จะพาทุกท่านไปฟังเสียงจากผู้เชี่ยวชาญระดับโลกสามองค์กร — WHO, ISPE และ WHO CTC — ว่า Cold Chain ที่ดีควรมีลักษณะอย่างไร และโรงพยาบาลหรือคลินิกในไทยควรตั้งคำถามอะไรกับ Cold Chain Partner ของคุณ
เสียงที่ 1: WHO กับหลักการ "Shared Responsibility"
WHO (World Health Organization) ได้เผยแพร่แนวทางใน TRS 961 Annex 9 — Model Guidance for the Storage and Transport of Time- and Temperature-Sensitive Pharmaceutical Products ไว้ตั้งแต่ปี 2011 แต่หลักการในเอกสารฉบับนี้ยังคงเป็นรากฐานของมาตรฐาน Cold Chain ทั่วโลกจนถึงปัจจุบัน
หัวใจสำคัญที่ WHO เน้นย้ำคือ Shared Responsibility — แปลตรงตัวว่า "ความรับผิดชอบร่วมกัน"
WHO ระบุว่าทุกภาคส่วนในห่วงโซ่การกระจายยาและเวชภัณฑ์ที่ไวต่ออุณหภูมิ (Time- and Temperature-Sensitive Pharmaceutical Products — TSPPs) ต้องร่วมรับผิดชอบในการรักษาคุณภาพผลิตภัณฑ์ตลอดทั้ง Cold Chain โดยไม่มีข้อยกเว้น
ประเด็นที่น่าสนใจคือ WHO ไม่ได้บอกว่าถ้าอุณหภูมิหลุดจากช่วงที่กำหนดเมื่อไหร่ ผลิตภัณฑ์นั้นต้องถูกทำลายทันที ตรงกันข้าม — WHO กำหนดว่า Temperature Excursion ทุกครั้งต้องได้รับการประเมินโดยอ้างอิงจาก Stability Data ของผลิตภัณฑ์นั้นๆ โดยเฉพาะ ไม่ใช่การตัดสินตามกฎตายตัว (Arbitrary Rules)
นั่นหมายความว่า Cold Chain Partner ที่ดีไม่ใช่แค่คนที่ "รักษาอุณหภูมิได้" — แต่ต้องเป็นคนที่เข้าใจ Stability Data ของผลิตภัณฑ์คุณ และสามารถประเมินผลกระทบของ Temperature Excursion ได้อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ
นอกจากนี้ WHO ยังกำหนดให้:
ทุกจุดเชื่อมต่อ (Handoff) ใน Cold Chain ต้องมีบันทึกอุณหภูมิต่อเนื่องที่ตรวจสอบย้อนกลับได้
การฝึกอบรมบุคลากรเป็นข้อกำหนดบังคับ เพราะ Human Error คือสาเหตุหลักของ Temperature Excursion
กระบวนการทั้งหมดต้องโปร่งใสและตรวจสอบได้
คำถามที่โรงพยาบาลควรถาม Cold Chain Partner:
"ถ้าเกิด Temperature Excursion ขึ้นระหว่างการขนส่ง — คุณมีกระบวนการประเมินผลกระทบอย่างไร? คุณใช้ Stability Data ของผลิตภัณฑ์ในการตัดสินใจหรือไม่? หรือคุณแค่ 'เปลี่ยนของให้' โดยไม่มีการวิเคราะห์?"
เสียงที่ 2: ISPE กับแนวทาง "Risk-Based, Integrated System"
ISPE (International Society for Pharmaceutical Engineering) เป็นองค์กรระดับโลกที่มีสมาชิกมากกว่า 25,000 คนใน 120+ ประเทศ ISPE Good Practice Guide: Cold Chain Management คือคัมภีร์ที่ผู้เชี่ยวชาญด้าน Pharmaceutical Cold Chain ทั่วโลกใช้เป็นแนวทางปฏิบัติ
หัวใจที่ ISPE เน้นคือ Risk-Based, Integrated System — การออกแบบ Cold Chain โดยใช้ Risk เป็นตัวตั้ง และมองทั้งระบบเป็นองค์รวม
ISPE ระบุว่า Cold Chain ที่มีประสิทธิภาพต้องถูกออกแบบเป็นระบบเดียว (Integrated System) — ไม่ใช่การทำงานแบบแยกส่วนที่แต่ละเจ้ารับผิดชอบเฉพาะช่วงของตัวเองแล้วส่งต่อแบบขาดตอน
แนวทางปฏิบัติที่ ISPE แนะนำประกอบด้วยสามขั้นตอนสำคัญ:
1. Risk-Based Design — ออกแบบโดยใช้ Risk เป็นตัวตั้ง
เริ่มจากการทำ Risk Mapping ของ Cold Chain ทั้งระบบ — ระบุ Critical Control Points ทุกจุดที่อาจเกิด Temperature Excursion ตั้งแต่จุดรับสินค้า การจัดเก็บ การหยิบ การแพ็ค ไปจนถึงการขนส่งและส่งมอบถึงมือลูกค้า
2. Proactive Monitoring — เฝ้าระวังเชิงรุก ไม่ใช่ตั้งรับ
ISPE ระบุชัดว่าการติดตามอุณหภูมิแบบ Real-Time ไม่ใช่ "ของแถม" แต่เป็นข้อกำหนดขั้นต่ำ ระบบ Monitoring ต้องสามารถแจ้งเตือนได้ก่อนที่จะเกิด Excursion — ไม่ใช่แค่บันทึกไว้แล้วมารายงานหลังจากของเสียหายแล้ว
3. Qualification & Validation — รับรองและตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ
อุปกรณ์ทำความเย็น ยานพาหนะขนส่ง และบรรจุภัณฑ์ Cold Chain ทุกชิ้นต้องผ่านการรับรอง (Qualification) และตรวจสอบความถูกต้อง (Validation) อย่างสม่ำเสมอ — ไม่ใช่ซื้อมาครั้งเดียวแล้วใช้ไปตลอด
คำถามที่โรงพยาบาลควรถาม Cold Chain Partner:
"คุณทำ Risk Mapping อย่างไร? Critical Control Points ใน Cold Chain ของคุณมีจุดไหนบ้าง? ระบบ Monitoring ของคุณแจ้งเตือนก่อนเกิดปัญหาได้หรือไม่? แล้วอุปกรณ์ทั้งหมดผ่านการ Validation ครั้งล่าสุดเมื่อไหร่?"
เสียงที่ 3: WHO CTC Working Group กับอนาคตของ "Data-Driven Temperature Flexibility"
WHO CTC Working Group (Controlled Temperature Chain) เป็นโครงการที่ WHO ร่วมกับ PATH ดำเนินการระหว่างปี 2016–2020 เพื่อศึกษาและพัฒนาความเป็นไปได้ในการยืดหยุ่นด้านอุณหภูมิสำหรับวัคซีนบางชนิด
CTC หรือ Controlled Temperature Chain คือแนวคิดที่ว่า — ภายใต้เงื่อนไขที่มีการควบคุมและตรวจสอบอย่างเข้มงวด — วัคซีนบางชนิดสามารถถูกเก็บที่อุณหภูมิสูงกว่า 2°C ถึง 8°C ได้ในระยะเวลาจำกัด
ผลการศึกษาจาก CTC Programme แสดงให้เห็นว่า ในบางกรณี วัคซีนสามารถสัมผัสอุณหภูมิแวดล้อมสูงถึงอย่างน้อย 40°C เป็นเวลาอย่างน้อย 3 วันได้ — แต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ระบุบนฉลากยาที่ได้รับการรับรองแล้วเท่านั้น
บทเรียนสำคัญจาก CTC ไม่ใช่แค่เรื่องของวัคซีน แต่มันคือการเปลี่ยนวิธีคิดเรื่อง Temperature Management ทั้งระบบ:
Data-Driven Decision Making
CTC แสดงให้เห็นว่าเมื่อมีข้อมูล Stability Data ที่เพียงพอและระบบ Monitoring ที่เชื่อถือได้ — เราสามารถตัดสินใจเรื่อง Temperature Excursion ได้อย่างแม่นยำ โดยไม่ต้อง "ทิ้งผลิตภัณฑ์" ทุกครั้งที่อุณหภูมิคลาดเคลื่อน
นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะในตลาดไทยที่หลายแห่งยังใช้วิธี "ทิ้งอย่างเดียวเมื่อเกิด Excursion" — การมี Cold Chain Partner ที่เข้าใจหลักการ Data-Driven จะช่วยลดความสูญเสียโดยไม่จำเป็น และยังคงรักษาความปลอดภัยของผู้ป่วยได้ตามมาตรฐาน
คำถามที่โรงพยาบาลควรถาม Cold Chain Partner:
"ถ้าเกิด Temperature Excursion — คุณพร้อมให้คำปรึกษาโดยอิงข้อมูล Stability Data หรือไม่? หรือนโยบายคุณคือ 'ทิ้งสถานเดียว'?"
เมื่อผู้เชี่ยวชาญโลกพูดตรงกัน — CET ทำอะไรไปแล้วบ้าง?
สิ่งที่ทั้ง WHO, ISPE และ WHO CTC พูดตรงกันคือ: Cold Chain ไม่ใช่แค่เรื่องของอุณหภูมิ แต่มันคือระบบบริหารความเสี่ยงที่ต้องออกแบบ ตรวจสอบ และจัดการอย่างเป็นระบบตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง
ที่ CET Marketing & Distribution เราฟังเสียงจากผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้ — และเราไม่ได้แค่ฟัง แต่เรานำมาปฏิบัติจริง
GSDP รับรอง Shared Responsibility
การที่ CET ได้รับการรับรอง GSDP (Good Storage and Distribution Practices) คือการยืนยันว่าระบบของเราสามารถรองรับ Shared Responsibility ได้ตามมาตรฐานสากล — ตั้งแต่การรับสินค้า การจัดเก็บในคลัง GSDP ความจุ 140 พาเลท ในโซนอุณหภูมิ 2-8°C, 15-25°C และ -20°C ไปจนถึงการจัดส่งทั่วประเทศภายใน 24 ชั่วโมง
ISO 9001:2015 ยืนยัน Integrated System
การรับรอง ISO 9001:2015 สะท้อนว่า CET บริหารคุณภาพแบบบูรณาการทั้งระบบ (Process-Oriented QMS) — ตรงตามแนวทาง Risk-Based, Integrated System ที่ ISPE แนะนำ เราทำ Risk Assessment ก่อนรับงานทุกโปรเจค และระบบของเราถูกออกแบบให้ตรวจสอบย้อนกลับได้ในทุกจุดเชื่อมต่อ
Data-Driven ตั้งแต่วันแรก
ด้วย KPI ที่วัดผลได้จริง — มากกว่า 10,000 ออเดอร์ต่อปี, อัตราการส่งตรงเวลาในกรุงเทพฯ 98-99%, อัตราความผิดพลาดในการหยิบสินค้าไม่ถึง 0.04% และอัตรา Temperature Incident เพียง 0.01% — CET พิสูจน์ให้เห็นว่าเราไม่ได้แค่ "บอก" ว่าทำได้ แต่เรา "วัด" และ "ปรับปรุง" จากข้อมูลจริง
บริการที่ครอบคลุมทั้ง Cold Chain
บริการ Full-Truck Charter สำหรับการขนส่งปริมาณมาก
บริการ Customs Clearance สำหรับการนำเข้า-ส่งออกเวชภัณฑ์
ระบบ Anti-Fake QR สำหรับตรวจสอบย้อนกลับและป้องกันสินค้าปลอม
การเป็นสมาชิก PMI (Project Management Institute) ยืนยันว่าเราบริหารทุกโปรเจคอย่างมืออาชีพ
สรุป: คำถามเดียวที่เปลี่ยนทุกอย่าง
ถ้าวันนี้คุณเป็นโรงพยาบาล คลินิก หรือผู้จัดจำหน่ายยาที่กำลังมองหา Cold Chain Partner — เราอยากให้คุณถามคำถามเดียวที่จะเปลี่ยนมุมมองคุณ:
"คุณบริหารความเสี่ยงเรื่อง Temperature Excursion อย่างไร?"
Cold Chain Partner ที่ดีจะตอบคำถามนี้ได้อย่างละเอียด — พร้อมอธิบาย Risk Mapping, Critical Control Points, ระบบ Real-Time Monitoring, กระบวนการประเมิน Temperature Excursion โดยอิง Stability Data และระบบตรวจสอบย้อนกลับ
Cold Chain Partner ที่ไม่ดีจะตอบแค่ว่า "ห้องเราเย็นนะ อุณหภูมิได้มาตรฐาน" — แล้วก็จบ
เพราะ Cold Chain ไม่ใช่แค่ "ห้องเย็น" ครับ — มันคือระบบบริหารความเสี่ยงทั้งห่วงโซ่ ที่ต้องออกแบบด้วย Risk-Based Approach, ดำเนินการด้วย Shared Responsibility และตัดสินใจด้วย Data-Driven Decision Making ตามที่ WHO, ISPE และ WHO CTC เน้นย้ำตรงกัน
ความคิดเห็น